
MADISON SCOUTS
สวัสดีครับ ชื่ออะไรครับ
ชื่อ เกษม ทิพยเมธากุล
ปัจจุบันนี้ทำอะไรอยู่ เป็นออแกไนซ์เกี่ยวกับพวกโชว์ เป็นอาจารย์พิเศษสอนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอแบค มหาวิทยาลัยรังสิต ดุริยางค์ทหารเรือ ดุริยางค์ทหารบก bso โรงเรียนวัดสุทธิวราราม นักวิทยากร กรรมการตัดสินงานทั่วไป
การเตรียมตัวก่อนไป DCI การเตรียมตัวไป DCI ไม่ได้เตรียมอะไรมาก เพราะผมเองทั้งชีวิตนี้ซ้อมอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ที่ได้ทุกวันนี้เพราะซ้อมหนักมาก เคยซ้อมเยอะสุดคือ 16 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนช่วงเวลาการเตรียมตัวของผมก่อนไป DCI คงไม่ใช่ใช้เวลาแค่ 1 หรือ 2 เดือน ผมเองซ้อมมาตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1 ซ้อมมาหนักมาก พอถึงเวลาที่จะไปก็ทำเหมือนทุกอย่างที่ตัวเองเคยทำและก็ไป
เพราะอะไรถึงเลือกไปวงนี้ ตอนแรกผมอยากไป Cavie มากๆ เพราะผมรู้จักวงๆ นี้วงเดียวและผมบอกตามตรง ว่าวัดสุทธิแต่ก่อนพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนกับ cavie และเราก็มี VDO ดูวงเดียว แต่คราวนี้ผมคงไปวงนี้คนเดียวไม่ได้แน่ๆ เพราะผมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เพื่อนคนไทยที่ชื่อ จุมพล เป็นคนที่คอยช่วยเหลือผมในด้านภาษาเขาอยากไป Scout แล้วเขาก็เอา VDO ประมาณปี 95 96 มาให้ผมดู พอดู VDO เสร็จผมจึงตัดสินใจไปวงนี้พอผมดู scout เล่นแล้วรู้สึกรักวงนี้ขึ้นเลย เพราะว่ารูปแบบที่เล่นแตกต่างจาก cavie มาก ที่จะเล่นออกไปทางเรียบร้อยมาก แต่ว่า scout มันมาก บอกตามตรงว่าผมไม่ได้เป็นคนที่เล่นดนตรีได้เรียบร้อยเท่าไหร่ แต่คนที่มาดูผมเล่น concert ต้องมันไปกับ concert ที่ผมเล่น ดังนั้นถ้าคุณอยากฟังดนตรีที่สมบูรณ์แบบแนะนำให้คุณไปซื้อ CD ฟัง และถ้าอยากดูอะไรมันๆ มาดู concert ที่ผมเล่นประมาณนี้ครับ
ซ้อมอะไรบ้างก่อนไป DCI ก็อย่างที่บอกนะครับผมซ้อมมาตลอดชีวิตอยู่แล้ว สมมุตินะครับผมมีโน้ตอยู่ 10 เล่ม ทุกวันผมจะต้องเจอ 10 เล่มนั้นทุกวัน เครื่องในโรงเรียนมีอะไรบ้างผมจะต้องตีเครื่องนั้นทุกเครื่องและทุกวัน เมื่อก่อนผมใช้เวลาซ้อมแบบว่าถ่านใส่เมโทรนอม 1 ก้อนใหม่ๆ ผมจะใช้สำหรับ 1วัน เมื่อก่อนผมเป็นแบบนี้ครับ
วิธีการสอบ audition ของ DCI ครั้งแรกที่ผมสอบ ตอนที่ผมกรอกใบสมัครผมเขียนไปว่าผมเล่น pit ได้ทุกอย่าง ส่วนเวลาสอบผมก็จะตีเพลง Marimba 1 เพลง และ Timpani 1 เพลง หลังจากนั้นก็จะเป็นไซลิดดิ้ง และก็จะเป็นสอบ scale ของ Timpani ผมโดน F# minor 2 octep จากนั้นก็ไปตี conga กลองชุด ก็คือผมได้ตีทุกอย่างเลย พอสอบเรื่องนี้เสร็จ ต่อไปก็เป็นการสอบตีแบบฝึกหัดรวมกัน ผมเป็นคนเดียวที่ถูกเปลี่ยนไปเครื่องไปเรื่อยๆ จาก marimba ไปเป็น vibraphone ไปจนครบทุกเครื่อง ตอนนั้นเลยค่อนข้างมั่นใจมากว่าสอบติดแล้ว แต่ที่ผมลุ้นมากคือ จุมพล ที่ไปด้วยกัน กลัวเค้าไม่ติดเพราะจุมพลตีอยู่เครื่องเดียวไม่ได้เปลี่ยนไปไหน ถ้าจุมพล ไม่ติดผมก็แย่เลย เพราะไม่รู้จะคุยกับใคร พอตีแบบฝึกหัดเสร็จก็จะเริ่มตีเพลงร่วมกัน จะเป็นการทดสอบว่าใครจะฉลาดและคิดไวมากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็จะไปรวมกับ Drumline
เรื่องของการสอบส่วนใหญ่จะเป็นการสอบทักษะมากกว่า เพราะบางทีการเตรียมตัวมาสอบ มันบอกไม่ได้ว่าคุณเก่งกว่าคนนี้หรือเปล่า บางทีคุณอาจเตรียมเพลงมาไม่ดี แต่ความจริงคุณอาจเก่งกว่าคนอื่น ซึ่งวงนี้เค้าจะมองถึงเรื่องนี้เป็นหลัก และเวลาที่สอบ Audition คุณจะต้องมีการขนของ มีการตากแดด หลายๆอย่างที่ทำให้คุณเหนื่อย ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าเค้าให้คะแนนละเอียดมาก ว่าความเป็นคนของคุณมากน้อยแค่ไหน คือดูได้ง่ายๆ จากเวลาเมื่อคุณเหนื่อย หิว ความอดทนคุณมีมากเพียงใด เพราะโดยปกติเมื่อคุณ ร้อน เหนื่อย หิว ง่วงนอน ความจริงของตัวคุณจะออกมา สรุปก็คือถ้าคุณเก่งแต่คุณมีความเห็นแก่ตัวเค้าก็ไม่รับ ในปีที่ 2 ผมได้เป็นคนให้คะแนน Audition ผมได้เข้าร่วมประชุมเลยรู้ว่าเค้าให้คะแนนละเอียดมาก
ลักษณะการซ้อมของ DCI ซ้อมโหดครับ ตื่นมาวิ่งก่อน 2 กิโลเมตร ซ้อมตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ประมาณถึง 5 ทุ่ม แล้วก็นอน ถ้ายังไม่ทัวร์ก็จะซ้อมแบบนี้ทุกวัน คือ อย่าต่ำ 14 ชั่วโมงทุกวัน คือถ้าอยากทำได้ก็ต้องซ้อม
การแข่งขัน DCI สนุกไหม สนุกมากครับ เวลาเราแข่งเราไม่ได้แข่งแค่ครั้งเดียว แต่ละสนามคนดูเยอะมาก โชว์ที่ผมเล่นเปลี่ยนทุกวัน โน้ตเปลี่ยนทุกวัน และเวลาที่ผมซ้อมผมจะไม่ยึดติดกับโน้ต เพราะรู้ว่ายังไง พรุ่งนี้ก็ต้องเปลี่ยน ปี 1999 ผมเล่น Marimba 2, Vibraphone 2 และก็ Timpani ส่วนปี 2000 ผมเล่น First Marimba, First Timpani, First Xylophone เป็นลอง Section Leader ก็เลยเหนื่อย โดยรวมสนุกมาก ความกดดันมีบ้างเล็กน้อย แต่ว่าวงผมไม่ค่อยสนใจเรื่องคะแนนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะสนใจว่าพอเล่นเสร็จแต่ละสนามจะมันแค่ไหน คือถ้าเล่นเสร็จแล้วทุกคนรู้สึกมันก็จบ แล้วก็ไปสนามต่อไป สิ่งที่ DCI สอน รากฐานของที่วง Scouts คล้ายกับที่วัดสุทธิมาก ระบบ sotus แข็งแรงมาก สอนให้เป็นคนดี คือก่อนที่คุณจะเล่นดนตรี คุณจะต้องเป็นคนดีเพราะถ้าคุณ เป็นคนดี คิดดี คุณก็เล่นดนตรีได้ออกมาดี การสอนนั้นก็ไม่ค่อยแตกต่างอะไรจากวัดสุทธิ เพราะตอนที่อยู่วัดสุทธิผมก็ปฏิบัติดีมาตลอด อยู่ที่วงนี้ ส่วนมากจะเป็นการไขว่คว้ามากกว่าเพราะจะมีคนสอน คนคอยให้ความรู้ และอีกอย่างสังคมที่นี่ดีมาก สังคมที่นี่ทำให้คนเก่งขึ้น แต่ถ้าวิธีการสอนและวิธีการซ้อมก็เหมือนๆกับที่บ้านเรา บอกได้เลยว่าเด็กฝรั่งไม่ได้เก่งไปกว่าเด็กไทยเลย แต่เด็กฝรั่งขยันและมีความตั้งใจ
คนที่เล่นอยู่ใน DCI เก่งไหม คนที่เล่นอยู่ใน DCI ก็ไม่ได้เก่งไปกว่าเรา แต่เขามีความกล้ามากกว่า กล้าที่จะคิดกล้าที่จะทำ ถ้าคิดว่าอะไรถูกเขาก็จะลงมือทำเลย
เสียค่าใช้จ่ายเยอะไหม ค่าใช้จ่ายเยอะ ปีแรกผมใช้เงินประมาณ 170000 บาท เฉพาะตั๋วเครื่องบินไปกลับก็ 38, 000 บาท แต่พอปีที่สองเสียค่าใช้จ่ายน้อยหน่อยประมาณ
70, 000 บาท
มีอะไรจะแนะนำน้องๆวงโยไหมครับ ให้ทำในสิ่งที่น้องๆรัก โดยไม่ต้องกลัวว่าสิ่งที่กำลังทำจะทำให้น้องๆลำบาก เพราะถ้าน้องทำในสิ่งที่น้องรัก น้องก็จะมีความสุข อยากให้ทุกคนพยายามและตั้งใจ คิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้ และอยากให้ทุกคนคิดว่าเสียใจเพราะไม่ได้ทำ และไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าถ้าได้ทำแล้วจะเสียใจ |